J-NON's profileJ-NON เทพีแห่งความหายนะ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

J-NON non

Occupation
Location
No list items have been added yet.

J-NON เทพีแห่งความหายนะ ไปถึงไหน ชิบหายถึงนั่น

กูว่าพระเจ้าเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ ก็ไม่ใช่พระเจ้า (แม่งเจ๋งว่ะ)

รับงาน graphic design ออกแบบโบร์ชัวร์ หนังสือ และรับแปลงานสิ่งพิมพ์วิทยาศาสตร์
สาย Biotech และ Microbiology ติดต่อสอบถามได้ที่ นัน 01-4282303 ตลอดเวลา ONLINE MSN J-NON@hotmail.com
ดูผลงานได้ที่ www.thaiscience.com และ www. siamvolunteer.com ค่ะ
crm  
Photo 1 of 1
June 02

บันทึก J-NON วันที่ 17

 
อันเนื่องมาจากว่าเขียนบันทึกไว้ที่ non196.hi5.com แล้วปัญหาเยอะเกิน เดี๋ยวอัพได้เ
เดี๋ยวอัพไม่ได้ สามวันดี สี่วันไข้เกินไปแล้วนะ hi5
J-NON จึงต้องกลับมาตายรังที่ space

เปิดมาก็เจอบันทึกวันที่ 17 เลย
แล้ววันที่ 15-16 ไปไหน
พอดี โดดข้ามมิติมาเลยไม่ได้เขียนไปสองวัน นอกจากนั้นก็เขียนอยู่ที่ non196.hi5.com น่ะ
(จริงๆแล้วติดกิจกรรมรับน้องและอื่นๆๆๆ บลา บลาๆๆ)
ยอดเงินในบัญชีล่าสุดของวันนี้
หลังจากถอนเงินออกมาเตรียมจ่ายค่าหอแล้ว
เหลือตังค์อยู่ 500 บาท
ถ้าอยู่กินแบบสงบๆ คงอยู่ได้อีกสัปดาห์นึง
เมื่อวานนอนกลางวัน แต่ตื่นตอนเย็น
ล่อเข้าไปตื่นซะห้าโมงครึ่ง
เลยไม่ได้ปั่นจักรยานไปบางขุนเทียนตามแผน
แถมกลับมาก็ไม่ยกเวท
และก็ไม่ไปงาน A GreenDay
สรุปสองวันนี้ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากโหลด Bit หนังไป 4-5 เรื่อง
รายงานการกิน
เช้า  เกาเหลาลูกชิ้นปลา +( เผือกทอด + เกี๊ยวทอด 10 บาท)
      ไก่สติ๊ก (ของไก่ย่าง 5 ดาว) 20 บาท
เย็น   ลูกชิ้นสามไม้

ปั่นจักรยานสาย พุทธบูชา 36 - วัดบัวผัน - วัดคลองสวน - บ้านปุ้ย - ประชาอุทิศ
ค่ำ   น้ำพริกกะปิ มะระทอด 1 แพ แตงกวา 5 บาท

แล้ววันนี้ก็ไม่ได้ยกเวท สาเหตุเพราะเจ็บไหล่ซ้าย+ต้นคอเล็กน้อย แต่ขี้เกียจสาหัสกว่า
 
May 01

เหมือนจะมีเหตุผล แต่จริงๆแล้วเอาแต่ใจ

เหมือนจะมีเหตุผล แต่จริงๆแล้วเอาแต่ใจ
ไม่ต้องบอกให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อย เพราะไม่เคยคิดจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่มาตั้งแต่ต้น
นันขอเป็นเด็กที่เอาแต่ใจนอนดิ้นชี้ๆจะเอาของเล่นแต่เป็นตัวของตัวเอง
ดีกว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ซื้อการควบคุมของใครต่อใคร เอามาสร้างอำนาจต่อรอง เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองพอใจ

ขอให้เหตุผลเชิงตรรกะจากความเอาแต่ใจสำหรับการไม่เข้าสำนักงานทั้งๆที่อดทนอีกเดือนเดียวเราก็จะจากกันด้วยดี
ข้อที่ 1  ถ้านันยังอยู่ที่นั่น นันจะเป็นคนทำลายองค์กรเอง  ถ้าพี่ๆจะย้อนถามด้วยคำถามเดิมว่า นันรักองค์กรมั้ย
      นันรักองค์กร เพราะฉะนั้นนันควรจะออกไปเมื่อรู้ความสึกและรู้ความคิดของตัวเองว่า
                "การอยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่ชอบนั้น ถ้าไม่ยอมรับมัน ก็ต้องกำจัดมัน ซึ่งนันเลือกที่จะทำอย่างหลัง"
      นันรักองค์กร แต่มันไม่ได้หมายความว่า นันจะรักและยอมรับการดำรงอยู่เพื่อนร่วมงานได้ทั้งหมด เหมือนกับความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
      เพราะ นันไม่มีความสามารถในการเปิดใจที่จะทำความเข้าใจกับการมีอยู่ของคนอื่นๆ และตัวเองมีความอดทนไม่พอ 
      นันไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานที่ทำงานแบบเด็กเล่นของเล่น สนใจชิ้นนี้ก็เล่นชิ้นนี้ ชิ้นนี้เบื่อแล้วก็ไม่เล่นต่อทั้งๆที่ยังเล่นไม่จบ
ข้อที่ 2  หากไม่ต้องการกำจัดสิ่งที่ไม่ชอบ  ก็แค่อย่าอยู่ร่วมกับมัน
                "นันรู้สึกรังเกียจตัวเอง เวลาที่ตัวเองรู้สึกรังเกียจใคร"
      นันรู้สึกรังเกียจเวลาที่เพื่อนร่วมงานวางตัวใหญ่โต คุยโว ในสิ่งที่ตัวเองมีส่วนในการร่วมสร้าง 
      และคนที่ใช้ลิ้นวาดภาพสร้างหอคอยให้ตัวเองอยู่สูง แต่ความจริงเขายืนอยู่บนกองอิฐที่ไม่ได้ก่อด้วยตัวเองด้วยซ้ำไป
      นันเกลียดการจะวัดการกระทำของใครว่ามันยิ่งใหญ่หรือมันน้อยนิด เพราะนันโตมาในครอบครัวที่เปรียบเทียบและแข่งขันกันมาตั้งแต่เด็ก
      แต่การดูถูกว่าสิ่งที่คนอื่นทำมันน้อยนิด แล้วยัดเยียดว่า สิ่งที่ตัวเองทำมันช่างยิ่งใหญ่ และ สำคัญ มันทำให้นันรู้สึกรังเกียจ
      ยิ่งนันพบว่าเขาทำแบบนี้บ่อยเท่าไร ความรู้สึกรังเกียจตัวเองของนันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน จนนันอยากจะทำลายมัน
ข้อที่ 3 ถ้านันยังอยู่ นันก็เป็นปัญหาขององค์กร
               " ข้อที่ 1 + ข้อที่ 2 = ข้อที่ 3 "
       ไม่มีนันสักคน บรรยากาศในออฟฟิศมันดีขึ้นเยอะ พี่ลองมองไปรอบๆซิ
 
จริงๆแล้วยังมีหลายเรื่องที่อยากจะเขียนเล่าไว้ แต่รู้ว่าพี่ไม่มีเวลาอ่านอะไรยาวๆ จึงขอจบแค่นี้

ต่อไปจะเป็นรายละเอียดสำหรับแจ้งในที่ประชุมสำนักงาน
1. นันเกรงว่าเดือนนี้จะต้องลาหลายวันสำหรับสอบและเตรียมสอบและร่วมกิจกรรมกับมหาวิทยาลัย จึงขอออกก่อนกำหนด 1 เดือน
2. นันทำงานผ่าน internet ได้เหมือนเดิมค่ะ หลังจากนี้ถ้ามีงานให้ช่วยก็แจ้งใน MSN หรือ อีเมล์ค่ะ

สุดท้ายนี้
     ขอให้เคารพการตัดสินใจ หลังจากนี้ไปนันจะมีสถานะเป็นอาสาสมัครเหมือนก่อนแล้ว
     ปีครึ่งที่ผ่านมาได้สร้างกระบวนการคิด วิธีการทำ และแนวคิดที่ต่างไปจากเดิม 
     คนเราก้าวเดินไปทุกวัน แต่ปีครึ่งที่ผ่านมานันก้าวได้ยาวและก้าวได้เร็วกว่าก้าวก่อนๆ (เออ เกือบจะวิ่งแล้วล่ะ)
     เพราะคุณพี่หนูหริ่งที่ให้โอกาส ให้นันได้มาเดินบนทางเส้นนี้
     จะมีสิ่งที่เสียดายอย่างเดียวก็คือ นัน เสียดาย ที่ไม่ค่อยได้ใช้เวลากับเพื่อนๆ
     เสียดายที่เพิ่งรู้จักเก่ง เสียดายที่เพิ่งรู้จักนิ่ม เสียดายที่เพิ่งรู้จักโหน่ง เสียดายที่เพิ่งรู้จักเอก
     เสียดายที่เพิ่งรู้จักพี่โอ๋ เสียดายที่เพิ่งรู้จักก้อย เสียดายที่เพิ่งได้รู้จักฝน
     เสียดายที่นันเอาเวลาไปทำงานหมดจนไม่ได้คิดที่จะเอาเวลาไปใช้กับเพื่อนทุกๆคนให้มากกว่านี้

                                                                             นัน

      
      
       
       
      
 
January 07

Tag blog ขอบคุณที่โดนด้วยคน

เมื่อสองวันก่อน (ก่อนที่จะพิมพ์ไอ้เนี่ย) ก็เข้าไปดู Blog ไอ้แอนนน
เริ่มเห็นๆแล้วไอ้ Tag Blog เนี่ย เออ ก็น่าเล่นเหมือนกัน แต่ คงไม่มีใครส่งมาหาหรอก
ว่าแล้วก็ทำงานสัพเพเหรกต่อ และแล้ววันนี้ไอ้ที่หวั่นๆก็เป็นจริง ไอ้เจ ส่ง Tag Blog มาถึงกูจนได้ ก็นึกแล้วเชียวว่าต้องโดน
อันสืบเนื่องมาจากวัฒนธรรม Tag Blog ซึ่ง ไอ้แอนนนนน  เป็น Upline คนที่หนึ่ง
แล้วแพร่ต่อมาจากน้องเดือน  --> มาสู่ไอ้เจ 
บัดนี้ข้าพเจ้านับเป็นอันดับที่ 3 นับจากไอ้แอนนนนลงมาที่ได้รับกระแสวัฒนธรรมนี้
หากท่านผู้ใดสงกะสัยว่าวัฒนธรรมนี้มันไปมา เป็นกันเยี่ยงไรก็เสิร์ชๆ ตามบุคคลที่เป็น Uplineของข้าพเจ้าดูละกัน



แต่ถ้าให้เขียนเปิดตัวล่ะก็เขียนได้นะ เปิดหมดจรดหัวใจ
เริ่มเหอะ

1. J-NON มาจาก เจ๊นัน เป็นชื่อที่เพื่อนไม่สนิท เพื่อนสนิท แม้กระทั่งคนที่เพิ่งรู้จักมักใช้เรียกกันโดยมิได้นัดหมาย
ชื่อจริงๆคือ ศิรินันต์ คือ สมัยอยู่ป. 6 เพื่อนบางคนก็เรียก หรินัน ฟังๆ ดูแล้วคล้าย หริภา ไม่เอา อย่าเรียกเลย มันใกล้คุก
ชื่อเล่นจริงๆนั้น ชื่อ นุช ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครเรียก ที่มามันอยู่อยู่ว่าสมัยเรียนประถม ที่โรงเรียนเค้าเรียกแต่ชื่อจริงกัน
ไม่ค่อยเรียกชื่อเล่น ส่วนพอขึ้นมัธยมมาเค้าก็เรียกนุชกันนะ แต่สุดท้ายทุกท่านก็มาเรียกว่าเจ๊นันกันโดยมิได้นัดหมาย
ขึ้นมหาลัย ก็ดันอยู่เอกเดียวกับไอ้นุช ซึ่งจบที่บ้านหมี่วิทยามาด้วยกัน แถมเสือกอยู่ภาควิชาเดียวกัน
เดี๋ยวเพื่อนจะสับสน ก็เลยให้เพื่อนๆและพี่ๆเรียกว่า นัน แต่สุดท้ายทุกท่านก็มาเรียกว่าเจ๊นันกันโดยมิได้นัดหมายเช่นเดิม

2. J-NON เป็นลูกสาวคนโตสุดในครอบครัว โดยเป็นลูกคนเดียวอยู่นานถึง 9 ปี จากนั้นจึงมีน้องชื่อไอ้กี้ตามมา
คาดว่า พ่อกับแม่คงลงความเห็นว่า ไอ้คนโตแม่งทำออกมาแล้วไม่ได้เรื่องว่ะ ทำใหม่อีกคนดีกว่า จึงเกิดเป็นไอ้กี้ต่อมา
และหลังจากมีไอ้กี้ได้ 5 ปี พ่อกับแม่คงลงความเห็นว่าไอ้กี้ก็ไม่ได้เรื่องว่ะทำใหม่อีกทีดีกว่า จึงเกิดเป็นไอ้นัท
สรุปแล้วหลังจากมีไอ้นัท ทั้งสองท่านคงลงความเห็นว่าแม่งไม่ได้เรื่องว่ะ กูไม่เอาแล้ว จึงมีปรากฏเป็นพี่น้องกันอยู่สามคน
ซึ่งมีอายุห่างกัน จากนัน 15 ปี และ  9 ปี

3.  โดยส่วนตัวเเล้วนั้นเป็นคนที่ไม่ชอบเปิดเผยตน พื้นหลังมันมีมาตั้งแต่สมัยอยู่อนุบาล
ที่บ้านป้าเค้าถ่ายรูปตัวเองครึ่งตัวในชุดนักเรียนไว้ให้ แล้วปรากฏว่าภาพนั้นมันเป็นภาพยิ้ม ที่ยิ้มแล้วดูโง่มากๆ 
หน้าตาตัวเองก็เหมือนเด็กออทิสติกอยู่แล้ว ยิ่งยิ้มท่านั้นยิ่งเหมือนเด็กปัญญาอ่อนเข้าไปอีก
นับแต่นั้นมาจึงตั้งปณิธานตั้งแต่ตอนอยู่อนุบาลนั้นเป็นต้นมาว่า กูจะไม่ถ่ายรูปตัวเอง และ กูจะไม่ยิ้ม มีไรมั้ย
4. เกี่ยวกับคอมฯ จะอยากรู้กันไปทำไม
จุดเริ่มเกี่ยวกับงานเว็บ นี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์ไก่ และ อาจารย์เหนียว ที่เปิดโอกาสตอนปีสอง
อบรมเว็บมาสเตอร์เบื้องต้นให้ทำเว็บเป็น ดูแลเว็บของภาควิชาได้ นั่นแหละก้าวแรกจริงๆของงานเว็บ
ส่วนงานกราฟฟิคนั้นต้องขอบคุณ SMO และ หมู ที่ช่วยสอน Photoshop โดยใช้เครื่องคอมที่ Smo น่ะแหละ
แม้ว่าบิดาจะเป็นครูสอนคอม แต่ท่านก็หวงคอมของท่านยิ่งชีพ จึงได้จับแค่งาน Basic
ไม่ได้ลงจริงจังกันไปถึงไหน เพราะเจอกันทีไรจู้จี้ทุกที สอนคอมกันทีไรได้น้ำตาทุกที เลยไม่เอา ไม่อยากให้คนอื่นสอน
จริงแล้วไม่ใช่แค่เรื่องคอมนะที่ไม่ชอบให้คนอื่นสอน จริงๆแล้วเป็นทุกๆเรื่องเลยที่ไม่ชอบให้คนอื่นสอน
เพราะ มันมีปม มาจากพ่อนี่แหละที่สอนกันทีไรได้เรื่องทุกที กูอยากเก่งนะ กูอยากเก่งกว่าทุกๆคน
แต่กูจะเรียนด้วยตัวเอง แล้วก็จะเก่งกว่าทุกๆคนให้ดู จนกลายเป็นความขบถ ขบถทุกอย่างที่เข้ามาหาตัวเอง
และขบถต่อทุกอย่างที่ตัวเองเป็นอยู่ และก็ขบถมาได้นานสักพัก จนเริ่มรู้ว่า ทุกอย่างที่เป็นมานี่แหละ
ที่ทำให้ตัวเองเป็นไป ก็คือ แปลว่า ไม่ต้องไปตามหาตัวเองที่ไหน ที่เป็นๆอยู่นี่แหละ เป็นตัวของตัวเอง
ไม่งงกันใช่ไหมท่าน
 
5. อิทธิพลที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต
บิดา             :  ความจับจด จุกจิก จดจ่อ ตีกรอบ ทำให้ตัวเอง พยายามแหกกรอบ ประชดต่อกรอบ และพยายามทำลายกรอบทุกกรอบที่เค้าตั้งไว้
การรียน         :  จบจากภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.ศิลปากร (ฝั่งทับแก้ว (จริงๆแล้วทับขวดมากกว่า)
การเลือกเรียน  : เลือกเรียน Biotech เพราะ ชอบดูสารคดี อยากจะเข้าไปให้ลึกกว่างานสารคดี
                    และข้อสองคือ The X-File ฮ่าฮ่าฮ่า อยากเป็นนักสึบ FBI เรียน Biotech ไปก่อน เดี๋ยวค่อยเรียนพิสูจน์หลักฐาน
การทำงาน      :  ถ้าให้จบมาแล้วทำงานโรงงาน คิดว่า คงฆ่าตัวตายไปแล้ว เวลานั้นคิดว่าถ้าจบมาแล้วทำงานตามสายพาน
                     ฉันคงสูญเสียวิญญาณเป็นแน่แท้ ดังนั้นจึงไม่ยอมเดินทางเดียวกับเพื่อนๆ เลยเลือกแต่งานสายงานเขียน และงานภาคสนาม
                     ที่แรกที่รับเข้าทำงาน คือ สกว. ทำได้ 1 วัน ลาออก เพราะ Chemistry ไม่ตรงกัน
                     ที่ที่สองคือ กองบรรณาธิการ Lab.Today ทำได้ 1 ปีเต็มเค้าก็ไล่ออก แถมได้ค่าไล่ออกด้วย ก็หนังสือมันเจ๊ง เค้าเลยให้ออก
                     ที่ปัจจุบัน คือ มูลนิธิกระจกเงา อยู่มา 1 ปี กับอีก 4 เดือนแล้ว อนาคตจะเป็นไงต่อไปก็ติดตามกัน


ครบ 5 ข้อแล้ว ผู้โชคดีรายต่อไปได้แก่
มิ้ม บูม นิ่ม เจ๊แห้ง พี่โป้ง         
ลืมบอกไป
ท่านที่ได้รับ Tag Blog แล้วกรุณา ส่งต่อให้เพื่อนอีก 5 คนด้วยจ้า            

January 01

เกือบพาเพื่อนมาตายแล้วมั้ยน้องส้ม

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณต้น สุเมธ ที่อยู่ที่จตุจักรในวันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา
หากวันนั้นต้น ไม่อยู่ที่จตุจักร นัน คงได้ร่วมเหตุการณ์ Bomb ที่อนุสาวรีย์ชัยอย่างแน่แท้

 Choice ของการหาเรื่องเที่ยวปีใหม่ของนัน ตอนนั้นมีอยู่สองตัวเลือก ได้แก่
 1. ไปกินเหล้า จับของขวัญ กับพวกบ้านหมี่ ที่บ้านทีป
 2.   Dinner กับเด็กไบออท โดยกลุ่มประธานภาควิชา อันนี้น้องส้มเป็นผู้จุดประกาย
   (มาให้ได้นะเจ๊ เราเลื่อนวันเป็นวันนี้เพื่อเจ๊โดยเฉพาะ ประโยคนี้ได้รับจาก SMS เมื่อวันศุกร์)

ดังนั้นเมื่อประชาชนเสนอ เราก็ควรสนอง พร้อมกับเหตุผลสนับสนุน (ข้ออ้าง)  เดินทางวันนี้รถโล่งอย่างแรง
และ ถ้าออกพรุ่งนี้แม่งรถติดแหงกๆ ชัวร์ ดังนั้นหลังจากดูทีวีนอนอืดจนเบื่อแล้วก็ไปขึ้นรถตู้บ้านหมี่ - กรุงเทพ
เที่ยวบ่ายสี่โมง (ปกติแล้วก็ใช้เวลาวิ่งรถ 2 ชั่วโมง กว่าจะถึงกทม.)
ไปได้ถึงครึ่งทางแล้วก็โทรหาต้น เพื่อนัดกันว่าจะไปไหนดี ต้นก็บอกว่าต้นอยู่ที่จตุจักร
โอเค เราก็เลยจะลงที่จตุจักรเพื่อไปเจอหน้ามัน เนื่องจากไม่ได้เจอหน้ามันเกือบปีแล้ว 
ก็รถตู้มันไม่จอดแยกลาดพร้าว ก็เลยขอลงที่หน้าม.เกษตร ตอนเวลาประมาณ ห้าโมง สี่สิบนาที
แล้วก็นั่งรถเมล์ไปจตุจักร แต่พอไปถึงจตุจักรก็โทรหาต้นไม่ได้ สงสัยนังต้นแบตหมด
เออช่างแมว ช๊อปปิ้งดีก่า ได้กางเกงขาสั้นตัวละ 200 มาสองตัว
รองเท้าแบบเดิมเบอร์เดิม มา 1 คู่ (เปลี่ยนรองเท้าแล้วนะโว้ย เปลี่ยนคู่ใหม่ แต่ใส่แบบเดิมมีไรมั้ย ) ได้กางเกงใน 3 ตัว 50 บาท มา 1 กำ
(จริงๆแล้วเราชอบกางเกงในแบบตัวละ 50 บาทที่โบเบ๊มากกว่านะ แต่ไม่มีโอกาสแวะไปโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ซะที เลยไม่ได้ซื้อ)

ออกจากจตุจักรประมาณ หกโมงสี่สิบห้า ยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายที่ก่อนจะถึงสะพานควาย รถติดชิบหาย
ติดไรไม่รู้ สาย 29 ที่เราจะขึ้นแม่งไม่มาซะที
เห็นนักข่าวช่องเจ็ด วิ่งออกมาจากรถตรงไปทางสะพานควาย เออ ไม่รู้มีข่าวไร
ยืนอยู่สักพัก เออ เดินไปบิ๊กซีสะพายควายดีก่า ไปซื้อ Abdominizer  (เห็นใน TVMedia แล้วอยากได้อ่ะ)
เดินไปได้ครึ่งทางพ่อก็โทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว เค้าวางระเบิดกัน (เอ่อ เหรอ มิน่าดิ)
เลยตอบพ่อไปว่า ยังไม่ได้กลับหอหรอก อยู่จตุจักรอ่ะ ซื้อของ

ว่า แล้ว ก็ เดิน ไป สะพายควาย ต่อ

ไปย่างๆวนอยุ่แถวที่เกิดเหตุ บนถนนเศษกระจกแตกยังกระจายอยู่เต็ม
ซักพักตำรวจ เอาวอ มาเขี่ยที่เเขนของหนูเบาๆ แล้วก็บอกว่า " กรุณาอยู่ห่างบริเวณนี้ครับ "
โอ้ สุภาพค่ะ แต่หนูไม่ใช่ขี้นะคะพี่ จะได้เอาอะไรมาเขี่ยๆ

โทรถามสถานการณ์จากพี่หนูหริ่ง พร้อมกับดูทีวีอยู่ที่ Food Center ที่บิ๊กซี
ขี้เกียจไปไหน เพราะ รถติดมากๆตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุคือ หกโมงเย็นยันสองทุ่มครึ่ง
สุดท้ายก็ขึ้นไปบนบิ๊กซีได้ Abdominizer มาจนได้ ตอนแรกพนักงานเช็คสต๊อคเค้าหยิบตัวที่ขายไม่ออกมาให้
พอดีไปแวะร้านยาแล้วเจอพี่พนักงานขายอุปกรณ์กีฬา เค้าเจอว่าเราได้ตัวที่จะโละทิ้งมา
เค้าเลยวางแผนเอาไปเปลี่ยน เอาเป็นตัวที่เป็นของแท้ให้ แล้วก็พามาส่งแท๊กซี่ด้วย  ใจดีมากๆ

พี่คนขับแท๊กซี่ คันนี้เป็นผู้หญิง และ เป็นผู้หญิงคนแรกที่ขับแท๊กซี่ให้เรานั่งด้วยดีใจจัง
พี่เค้าเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ขาวๆ ไว้ผมยาว ตัดหน้าม้า น่ารักดี ถามพี่เค้าว่าเกิดเหตุการณ์ยังงี้แล้วหวั่นไหวมั้ย
พี่เค้าเล่าว่า สามีพี่เค้าก็โทรตามให้กลับบ้านแล้วแหละ แต่พี่บอกว่าไม่เป็นไรหรอก ขับไปเรื่อยๆได้

สรุปแล้วเมื่อวานก็มาถึงหอประมาณ สี่ทุ่ม ครึ่ง

ภาพรวมทางใจของเมื่อวาน
1. รู้สึก Fail ที่สุดท้ายก็มาแป้วที่กรุงเทพ จะเลื้ยงปีใหม่กับพวกไบออทก็แป๊ก
    แทนที่จะได้เลี้ยงปีใหม่เจอพวกบ้านหมี่ก็ไม่ได้เลี้ยง แต่คงเพราะเริ่มชินกับความผิดหวังและความแป๊กที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
    ก็เลยยังรู้สึกดีกว่า ตอนที่พี่เก่ง รุ่น 3 บอกว่าเรามาประชุมผิดวัน เค้ากินเลี้ยงกันไปแล้ว คนมากันเต็มเลย
    ขอบคุณสถานการณ์ที่ช่วยขัดเกลา EQ. ของ J-NON ที่ทนทานต่อความไม่เป็นดังหวังได้มากขึ้นเรื่อยๆ
2. เกิดความรู้สึกเครียดถึงความปลอดภัยในกรุงเทพ จากเหตุการณ์วางระเบิด และ ความโคมลอยต่างๆที่ค่อยๆถาโถมเข้ามา
3. ยังอุ่นใจ ที่มีพี่ๆและเพื่อนๆโทรเข้ามา ถามไถ่ สถานการณ์ในกรุงเทพ ขอบคุณทุกคนค่ะ
4. ขอบคุณ ต้น สุเมธ ที่อยู่ที่จตุจักรตอนที่เราโทรไปหา และขอบคุณตัวเองที่เลือกลงรถไปหาต้นที่จตุจักร
     เพราะ หากคำนวณเวลาที่รถตู้ไปถึงอนุสาวรีย์ชัยฯแล้ว
     ก็คงจะเป็นเวลา ห้าโมงห้าสิบนาที และ ประมาณหกโมงตรง หรือ นานกว่านั้น
     เราคงจะรอรถเมล์สาย 29 อยู่ตรงป้ายนั้น เพื่อกลับหอ ซึ่งก็คงได้ร่วมเหตุการณ์ด้วยแน่นนอน

เรื่องราวทั้งหมดในเมื่อวานนี้ ตรงกับหัว MSN ที่เมื่อก่อนพี่นกเกี้ยนชอบใช้ว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ"
ตรงที่ "เราอาจพบเรื่องที่แย่ๆเรื่องหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันเรื่องนั้นอาจช่วยเรื่องไว้จากสิ่งแย่ๆอีกสิ่งหนึ่ง"

แต่ไม่รู้ชีวิตตูเป็นไรกับระเบิดเนี่ย ตอนวางระเบิดที่สนามบินหาดใหญ่ ตูซึ่งจะไปขึ้นเครื่องที่สนามบินภูเก็ตก็ถูก Cancel เที่ยวบิน
คราวนี้จะมาเที่ยวปีใหม่กรุงเทพ ก็วางระเบิดกันอีก ตูหนอ อยู่ดีไม่ว่าดี นอนอยู่บ้านหมี่ดีๆอยู่แล้ว มาหาเรื่องระทึกใจถึงกทม.ทำไม
เพื่อน เพ่อน ท่านก็ไม่มีใครออกจากบ้านกันเลยน้า
วันนี้วันที่ 1 มกราคม 2550
J-NON ดู Night at the Museum แล้วก็นังแง่วอยู่คนเดียวขึ้นบันทึก แล้วก็โหลดเกมส์ลงเครื่องอยู่ที่ออฟฟิศนี่แหละ
มีใครคิดจะชวนไปไหนมั่งมั้ยเนี่ย วันนี้เป็นวันปีใหม่ที่เงียบเชียบที่สุดในรอบ 25 ปีเลย
                                                     
 

                                                          ใครอ่านเจอ Blog วันนี้เเล้วชวนไปกันเหล้าด้วย คิวว่างแล้ว ว่างมากๆด้วย
                                                                            สายด่วน นัน 01-4282303
                                                                     (ไม่เติม 8 ที่ 01 ไม่ชอบเลข 8 อ่ะ ใครจะทำไม )

รูปที่พังงา (งาน 2 ปีสึนามิ และ รูปตอนอู้ทั่วไป

ดู Size เต็มพร้อมกับ Copy ได้ที่ \\Win06v3\TVC

มาดูแบบย่อๆกันก่อนดีก่า

เริ่มจากนันมาถึงในเย็นวันอาทิตย์ (ก่อนทีมกรุงเทพ 1 วัน)  
เค้าก็กำลังจัดงานวันสุดท้ายกันพอดี เลยไม่ได้ช่วยอะไรเค้าเลย

มีเวทีเสวนาช่วงบ่าย และมีเวทีดนตรีช่วงเย็น

อันนี้เด็กๆจากห้วยขม มาเจอกับเด็กมอแกนจากระนอง
ก็ร่ำลากันด้วยน้ำตา และสัญญาว่าเราจะมาพบกันอีก


เช้าวันต่อมา



หากวันนั้นในที่ประชุมสงสัยว่านันถ่ายรูปอะไรขอเฉลยว่านันถ่ายแมงปอค่ะ

แมงปอเกาะปากแก้ว

นางเหงือกที่เขาหลัก

มาทำ MV อีกรูป

ช่วงเย็นไปงานชาวบ้านที่บ้านน้ำเค็ม



เลยเก็บภาพอนุสรณ์สถานยามค่ำมาฝาก

ขอบอกว่าเปลี่ยวและค่อนข้างอันตราย
ขอบคุณพี่ผู้หญิงคนนั้นที่เดินมาเตือนว่าอย่าอยู่คนเดียวนานๆ อันตรายจ๊ะ

หอยที่นี่ไม่ใช่ธรรมดา

เค้าบอกว่ามันเป็นหอยคราง ไม่ใช่หอยแครง
เอ๋ จิงป่าวหว่า

สองตัวก็เต็มกล่องโฟมแล่ว

เป็น Texture ที่สวยดี กี้ถ่ายไว้

นี่ด้วย

อันนี้ก็ของทีมสัญชาติ

หญกก็มาค่ะ
น้องนักศึกษาฝึกงานเด็กปั้นของพวกเราบ่นนิดหน่อยว่า
ลงมาพังงาช้าไป ก็เลยไม่ค่อยได้ช่วยพี่ๆเตรียมงาน
จึงขออภัยมา ณ ที่นี้

นี่ก็กี้ถ่ายเหมือนกัน

โดดประชุมไปดำน้ำ

เอากล้องขึ้นเรือไปด้วยนะ แต่ไม่ได้ถ่ายตอนลงน้ำ

เลยมีแต่ภาพบนบกดังที่ปรากฏนี้แล

เย็นวันต่อมาหลังเลิกประชุม
ก็มีการปล่อยเต่าทะเล ณ ชาดหายเขาหลักกันดังภาพ
เต่าทะเลตัวที่หนึ่ง

ถูกปล่อยลงน้ำเรียบร้อย

สังเกตมุมขวาจะเห็นเต่าทะเลตัวต่อไป

ภาพหมู่ก่อนปล่อยเต่ารูปที่ 1

ภาพหมู่ก่อนปล่อยเต่ารูปที่ 2


ภาพหมู่ก่อนปล่อยเต่ารูปที่ 3

เต่าทะเลตัวที่สองปรากฏแล้ว

ลูกเต่าถูกลากลงทะเลไปด้วยดี

กลับสู่ท้องทะเลอย่างมีความสุข

และลูกเต่าทะเลตัวที่สาม (ตัวสีเขียวน่ะ)

และลูกเต่าทะเลตัวที่สี่ ได้รับการสนับสนุนโดย เจ๊ดันทั้งสาม



ขี้เกียจบรรยายดูภาพต่อไปก่อนละกัน

แม่เต่าทะเล









รูปถ่ายที่ระลึก (ภาคบังคับ) ใครมา TVC ไม่ถ่ายรูปนี้ถือว่ามาไม่ถึง



จบแล้วจ้า ใครมีรูปอื่นๆอีกก็โพสมาแลกเปลี่ยนกัน